เอเอ็มดี (Advanced Micro Devices) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสแรกปี 2008 สามเดือนแรกของปีนี้เอเอ็มดีขาดทุนตามคำทำนายของบริษัทวิจัย Wall Street ซึ่งปรับลดตัวเลขลงหลังจากเห็นว่า เอเอ็มดีน่าจะได้รับพิษจากปัญหาแผนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผิดพลาดมากขึ้น และปัญหาเศรษฐิจที่ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายด้านไอทีลง
เอ เอ็มดีประกาศตัวเลขขาดทุน 358 ล้านเหรียญสหรัฐคิดเป็น 59 เซนต์ต่อหุ้น ถือเป็นการขาดทุนต่อเนื่องไตรมาสที่ 6 แล้ว อย่างไรก็ตาม การขาดทุนในไตรมาสนี้ลดน้อยลงจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่งเอเอ็มดีขาดทุนถึง 611 ล้านเหรียญ หรือ 1.11 เหรียญต่อหุ้น
หากไม่หักค่าใช้จ่ายในการซื้อบริษัท ATI Technologies มูลค่า 8 เซนต์ต่อหุ้น เอเอ็มดีระบุว่าจะขาดทุนเพียง 51 เซนต์ ตัวเลขนี้ตรงตามคำพยากรณ์ของ Thomson Financial เช่นเดียวกับตัวเลขยอดขายรวม 1.51 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 22 เปอร์เซ็นต์ตรวตามคาดการณ์
ก่อนหน้านี้ เอเอ็มดีออกมายอมรับว่ายอดขายรวมของบริษัทอาจต่ำกว่าคาดการณ์ โดยครั้งนั้นเอเอ็มดีประกาศลดจำนวนพนักงานราว 10 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก (ประมาณ 1,600 คน) ภายในเดือนกันยายนนี้
ประธานฝ่ายการเงินของเอเอ็มดี โรเบิร์ต ไรเว็ท ให้เหตุผลว่า การขาดทุนในไตรมาสแรกนั้นเป็นเพราะจุดอ่อนตามฤดูกาล ซึ่งปกติยอดขายในไตรมาสแรกของปีมักจะตกต่ำลงเสมอ ขณะเดียวกันสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าในตลาดของเอ เอ็มดีต่ำกว่าที่คาดการณ์
เอ เอ็มดีไม่ได้แจงรายละเอียดว่าบริษัทได้รับผลกระทบจากตลาดผู้บริโภคกลุ่มใด แต่บริษัทวิจัยอย่าง Gartner และ IDC ล้วนรายงานว่า การเติบโตของตลาดพีซีสหรัฐฯนั้นชะลอตัวลงส่วนทางการเติบโตของตลาดโลก โดยไรเว็ทระบุว่า เอเอ็มดีจะสามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนมาเป็นกำไรได้ในครึ่งปีหลังของปีนี้
เอเอ็มดีนั้นมีแผลขาดทุนตั้งแต่ซื้อบริษัท ATI ในปี 2006 ขณะเดียวกัน การเลื่อนออกผลิตภัณฑ์ตระกูล Opteron นานกว่า 8 เดือนก็สร้างความเสียหายแก่เอเอ็มดีไม่น้อย การขาดทุนทำให้เอเอ็มดีตัดสินใจลดต้นทุนด้วยการประกาศเลิกจ้างพนักงาน 10 เปอร์เซ็นต์พร้อมแผนเอาท์ซอร์สการผลิตให้กับโรงงานบริษัทอื่น ทั้งหมดนี้เอเอ็มดียังไม่มีการประกาศแผนการปรับโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน ระบุเพียงว่าจะมีการประกาศกลยุทธ์การผลิตในเร็ววัน
ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์


Reply With Quote
