ลองอ่านดูนะคะ
ค่อนข้างยาวนิดนึง แต่สาระดีจริงๆค่ะ
เรื่องนี้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปรับฟังมาจาก
โครงการธรรมสัจจรที่ใน ตำบลของข้าพเจ้าจัดขึ้น
ข้าพเจ้าจำได้ว่าได้ฟังจาก วัดศาลา ตำบลน้ำแพร่
อำหางดง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่ทราบว่า
พระรูปไหนเป็นองค์เทศ แต่รู้ว่าไม่ใช้พระของวัดศาลา
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดมาก มีดังต่อไปนี้
กาลครั้งนี้ ณ หมู่บ้านเป็นหนึ่ง
ชาวบ้านทุกคนต่างแตกแยกออกเป็นก๊กต่างๆ
ตามความเชื่อ ศรัทธาของแต่ละบุคคลประกอบด้วย
ก๊กที่แรก เป็นก๊กที่เชื่อเรื่องทูตผี โดยมีการทรงเจ้าเป็น
หัวหน้าก๊กจะทำอะไรก็ต้องให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด
ก๊กที่สอง เป็นก๊กที่เชื่องเรื่องของหมอดูที่คอยทำนาย
ชีวิตของแต่ละคนจะทำนาทำไร่อาจารย์คนนี้
ก็จะทำนายว่าฝนจะตกหรือฝนจะแล้ง
ด้วยที่ความเชื่อของบุคคลสองกลุ่มนี้ไม่ตรงกันต่างโต้
ว่าหัวหน้าของตนเก่งกว่าเรื่องนี้หาที่สรุปไม่ได้จึงร้อน
ไปทั่วหมู่บ้านทำให้มีแต่ความแตกแยก และแล้ววันนี้
ที่มีคนคิดอุบายได้จึงเรียกประชุมทุกคนในหมู่บ้านโดยอุบายมีดังนี้คือ
ให้จับแมวมาแล้วขังไว้ในกรงแล้วเอาผ้าสีดำมาคลุมไว้ ๒ ชั้น
แล้วไปถามหัวหน้าทั้งสองฝ่ายว่าอะไรอยู่ในนี้
ก๊กแรก อาจารย์ทำนายว่า “มีสัตว์ ๔เท้าอยู่ในกรงนี้
มีลักษณะคล้ายสุนัข”แต่ไม่เจาะจงว่าเป็นแมว
ก๊กที่สอง ทำนายว่า “เป็นสัตว์ ๔เท้ากินปลาเป็น
อาหารหลักใหญ่ๆ”แต่ก็ไม่เจาะจงว่าเป็นแมว
สรุปว่าทั้งสองกลุ่มนี้ต่างกล่าวว่าอาจารย์ของ
ตนเก่งกว่าเพราะตองได้ใกล้เคียงกว่า
แล้วชายคนหนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่าเราลืมไปถามอยู่คนหนึ่ง
คนนั้นก็คือ ยายที่มักจะมานอนวัด ชายคนนั้นให้เหตุผล
ประกอบว่าคนที่นอนวัดนั้นมักจะได้จักษุญาณทุกคน
ทุกคนจึงนำกรงนั้นไปให้ยายดูแล้วทำนาย
ยายบอกว่า “สัตย์ที่ตนเคยทำมาของทายว่า
สัตว์ที่อยู่ในนี้เป็น “”นก “”
ทุกคนต่างพากันถอดใจกันเกือบครึ่งแล้วต่างพากัน
ให้ยายทายดูอีกครั้งยายก็ตอบว่าเป็น “นก” เหมือนเดิม
ทุกคนต่างไม่เชื่อและศรัทธา ในความเป็นศาสนาพุทธ
ทุกคนกลับไปที่ลานกว้างเพื่อที่จะปล่อยแมวตัวนั้น
ที่ขังมานานไป ทันทีที่เป็นเปิดผ้าขึ้นแมวก็ได้กลายเป็น
“นก”ตามสัตย์ที่ยายได้กล่าวไว้
credit : http://www.dhammathai.org/dhammastory/view.php?No=207 ^ ^


Reply With Quote
