<div align="center">ประวัติศาสตร์ วันจุดไฟแก้วสลายร่าง
คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
ณ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธาน</div>
http://www.kalyanamitra.org/kal_magazine/m.../images/yay.jpg
วันอาทิตย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๕
"ภาพงานวันนี้จะติดตาตรึงใจพวกเราตลอดไป
วันอาทิตย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ เหล่าสาธุชนพากันตื่นขึ้นแต่เช้าด้วยอาการสดชื่น แต่งชุดสีขาวสะอาดสดใส เพื่อไปร่วมงานบุญครั้งยิ่งใหญ่
...นั่งรถออกจากบ้านไปบนท้องถนนเห็นผู้คนในรถคันอื่น ๆ ก็แต่งตัวด้วยชุดสีขาวสะอาดตา ทุกคันต่างมุ่งหน้าไปยังเส้นทางเดียวกัน เพื่อไปถึงจุดหมายเดียวกัน นั่นคือ ไปร่วมพิธีจุดไฟแก้วสลายร่าง คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่วัดพระธรรมกาย
...ไม่เพียงแต่สาธุชนในชุดสีขาวเท่านั้น ยังมีพระภิกษุสามเณรหลายพันรูปห่มจีวรสีเหลืองอร่ามนั่งอยู่บนรถบัสหลายร้อยคันที่มุ่งหน้าสู่วัดพระธรรมกาย
...เมื่อมาถึง ยิ่งตกตะลึงกับภาพที่เห็นพระภิกษุซึ่งเป็นพระสังฆาธิการ ๓๐,๐๐๐ กว่าวัดทั่วประเทศ และพระภิกษุสามเณร ผู้ติดตามเป็นเรือนแสนมารวมตัวกัน ณ ผืนแผ่นดินวัดพระธรรมกายแห่งนี้ตื่นตาตื่นใจกับการต้อนรับของน้อง ๆ เพชรต้อนรับระดับโลกที่ทำหน้าที่โบกธงคอยต้อนรับสาธุชนที่หน้าวัด ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ ๒ จนถึง ๑๐ โมงเช้าของวันที่ ๓ ด้วยความเบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใส แม้จะอดหลับอดนอนกันบ้างก็ตาม
...นอกจากจะมีคนคอยโบกธงต้อนรับ อยู่หน้าวัดแล้วยังมีการแปรอักษรเป็นคำว่า ขอต้อนรับบุคคลแห่งประวัติศาสตร์และเดินทางแม้แสนไกล แต่ใจอยู่ในบุญ เห็นแล้วรู้สึกเบิกบานใจ ตั้งแต่ย่างก้าวเข้าสู่ วัดพระธรรมกาย
...เมื่อจะเดินเข้าสภาธรรมกายสากลก็มีน้อง ๆ อีกชุดหนึ่งตั้งแถวคอยกล่าวคำว่า "สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับครับ (ค่ะ)"
...เข้าไปในสภาธรรมกายสากลแล้วก็ต้องรีบจับจองที่นั่งของตัวเอง เพราะสาธุชนหลั่งไหลกันมาไม่ขาดสายจากทุกสารทิศ รวมถึงชาวต่างประเทศก็พากันเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อมาร่วมพิธีในครั้งนี้โดยเฉพาะ
นอกจากสาธุชนชาวต่างประเทศแล้ว ยังมีพระภิกษุมาจากต่างประเทศทั่วโลกอีกด้วย เพื่อมาเป็นเนื้อนาบุญให้กับเหล่าสาธุชน อุบาสก อุบาสิกา และที่สำคัญคือมาสวดมาติกาให้กับคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง อีกด้วย
...พิธีในภาคเช้าเริ่มขึ้นเวลา ๐๙.๓๐ น. โดยพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เป็นประธานนำบูชาพระรัตนตรัยและนั่งปฏิบัติธรรมบูชาข้าวพระ ซึ่งได้จัดภัตตาหารอันประณีตงดงามไว้ที่หน้าปะรำพิธี มีทั้งผลไม้นานาชนิด หลากสีสันจัดเรียงอย่างพิถีพิถัน น้ำหวานสีต่าง ๆ อาหารหวานคาวจัดใส่อยู่ในภาชนะ แก้วคริสตัลเนื้อดีวางเรียงเป็นชั้นอย่างสวยงาม
จากนั้นจึงมีการนำกล่าวคำถวายสังฆทานโดย คุณอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด
...จากนั้นจึงมีพิธีถวายภัตตาหารพระภิกษุสามเณร ๑๐๐,๐๐๐ รูป ที่ชั้น ๑ สภาธรรมกายสากล ซึ่งพวกเราได้มีโอกาสไปร่วมจัดภัตตาหาร ถวายพระในครั้งนี้ด้วย จึงได้ทราบว่า โต๊ะที่ทำให้พระฉันและโต๊ะเคียงนั้น เป็นฝีมืออันพิถีพิถันของพระภิกษุสามเณรวัดพระธรรมกาย ที่อดตาหลับขับตานอนเพื่อลงมือทำโต๊ะนี้ขึ้นมาถึง ๑๒,๐๐๐ ตัว น่าทึ่งทีเดียว อาหารที่จัดมีอยู่ด้วยกัน ๖ อย่าง คือไก่หมักซอส สามมุมน้ำจิ้ม (คือลูกชิ้น ๒ ชนิด และกุ้งอบเกลืออีก ๑ อย่าง รวมเป็นสามมุมน้ำจิ้ม) น้ำพริกป่าหมูผักสด ต้มยำกุ้ง ปลาทับทิมน้ำตกและผักโหงวก๊วย ซึ่งทุกอย่างทำอย่างพิถีพิถัน เน้นเรื่องความสะอาดประณีตเป็นสำคัญ แม้แต่ผักรองจานยังต้องล้างอย่างสะอาด และคัดผักที่สดไม่มีรอยช้ำ วางรองจานอย่างประณีตสวยงาม จากนั้นจึงตักอาหารใส่และนำไปซีลให้ตึงดูสวยงามน่า รับประทานเป็นอย่างยิ่ง
...นอกจากอาหารคาวดังกล่าวแล้ว ยังมีอาหารหวานและผลไม้ คือโดนัทกับส้มซึ่งจัดเรียงอย่างประณีตสวยงามไว้ที่โต๊ะเคียงพร้อมกับโถข้าว
...พวกเราเห็นการจัดภัตตาหารถวายพระภิกษุสามเณร ๑๐๐,๐๐๐ รูปในครั้งนี้แล้ว รู้สึกอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก และได้เห็นขบวนพระภิกษุสามเณรแสนรูปที่เดินแถวกันมาเป็นสาย ๆ ยาวมาก เห็นแล้วรู้สึกปลื้มปีติ ตื่นตาตื่นใจ ถึงกับขนลุกซู่ชูชันขึ้นมา ไม่เพียงพวกเราเท่านั้นที่รู้สึกแบบนี้คุณอมรรัตน์ สมาธิทรัพย์ดี ซึ่งเป็นผู้ดูแลจัดภัตตาหารถวายพระสังฆาธิการ กล่าวว่า"ดิฉันรู้สึกประทับใจผู้นำบุญและน้องอาสาสมัครที่มาช่วยงาน ทุกคนต่างทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ปีติที่เห็นขบวนพระสังฆาธิการเดินแถวเสมือนเป็นกองทัพธรรม รู้สึกประทับใจมากเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง และเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีโอกาสได้ถวายภัตตาหารพระ ถือว่าได้ถวายสังฆทานซึ่งเป็นบุญที่ทำได้ยาก หลวงพ่อธัมมชโยเมตตาให้เราได้รับบุญส่วนนี้ ถ้าไม่มีคุณยายอาจารย์ ไม่มีหลวงพ่อธัมมชโยงานอย่างนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น เห็นพระท่านเวลาฉันรู้สึกดี รู้สึกว่าเราได้ดูแลท่านแทนคุณยาย ปีติจนน้ำตาไหลเลย"
...นอกจากนี้คุณชุลีภรณ์ ชาญณรงค์ซึ่งเป็น ผู้ช่วยดูแลจัดภัตตาหารถวายพระภิกษุสามเณรผู้ติดตาม ได้ให้ความเห็นว่า"ดิฉันรู้สึกว่าการจัดภัตตาหารถวายพระเป็นจำนวนกว่า ๑๐๐,๐๐๐ รูปนั้นเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่มาก มีการซ้อมตักกันก่อนวันงานจริง ๆ อยู่หลายครั้ง เพราะเราจะพิถีพิถันกับความสะอาดประณีตมาก วันงานนี้ไม่ได้นอนทั้งคืนมาจัดภัตตาหารตั้งแต่ตี ๓ เพราะว่าดิฉันอยากได้บุญมาก ๆ และคิดว่าการจัดภัตตาหารถวายพระในครั้งนี้เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว"
...นี่เป็นตัวอย่างของความประทับใจเพียงเล็กน้อย ของการมีส่วนร่วมถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณร ๑๐๐,๐๐๐ รูป ซึ่งกว่าจะมีภาพความประทับใจในวันนี้ให้เห็นเราต้องเตรียมงานเป็นเดือน ๆ ในการจัดล้างทำความสะอาดจาน ชาม แก้วน้ำอย่างละ ๑๕๐,๐๐๐ ใบ พร้อมกับแพ็คเก็บให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันฝุ่นก่อนนำมาใช้ในงานครั้งนี้ โต๊ะฉันและโต๊ะเคียงนี้เกิดจากหยาดเหงื่อแรงกายของพระภิกษุสงฆ์สามเณร วัดพระธรรมกายล้วน ๆ ที่ช่วยกันทำให้เกิดภาพการถวายภัตตาหารพระ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ในครั้งนี้
...หลังจากที่พระท่านฉันเรียบร้อยแล้ว พวกเราและอาสาสมัครที่ช่วยกันจัดภัตตาหารถวายพระ จึงได้ลองชิมอาหารที่คืนจากพระดูปรากฏว่า อาหารทุกอย่างนั้นมีรสเลิศ มาก ยิ่งกว่าอาหารโต๊ะจีนตามภัตตาคารชื่อดังทั่วไปเสียอีก
...เมื่อพวกเราจัดการกับอาหารกลางวันระดับ ๕ ดาว เสร็จแล้ว จึงขึ้นมาที่ชั้นสองของสภาธรรมกายสากล เพื่อรอชมพิธีจุดไฟแก้วเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง ซึ่งมีตัวแทนสาธุชน เป็นผู้จุดไฟแก้วจำนวน ๖๔ ท่าน เข้ารับแว่นแก้วรวิกานต์ จากพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อ ธัมมชโย) แล้วจึงเดินเข้าขบวนไปยังแท่นมหาวิสุทธิรัตนเตโช ซึ่งมีอุบาสกแก้วเป็นตัวแทนจุดไฟแก้วอยู่ที่แท่นต่าง ๆ
...ขบวนที่เดินไปจุดไฟแก้วนั้น นำโดยขบวนพานพุ่ม ดอกไม้ ตัวแทนสาธุชนและมีผู้ถือปาริฉัตรเศรษฐีสีแดงเด่น พร้อมด้วยกองเกียรติยศชายหญิงเดินตามหลังเป็นภาพอันงดงามยิ่ง
ไฟแก้ว คือไฟที่กำเนิดจากแหล่งอันบริสุทธิ์ส่งผ่านดวงอาทิตย์ ใช้เพื่อนำมาสลายร่างคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง อุบาสกที่เป็นตัวแทนจุดไฟแก้วนั้น ก็คัดมาจากผู้ที่มีบุคลิกลักษณะสง่างาม ซึ่งมีเพียง ๓๒ คนเท่านั้น มีอุบาสกแก้วท่านหนึ่งได้กล่าวถึงความรู้สึก ที่เขาได้เป็นตัวแทนจุดไฟแก้วในครั้งนี้ว่า "ในโลกนี้มีกี่พันล้านคนแต่เราเป็นเพียง ๑ ใน ไม่กี่คนที่ได้ทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งในครั้งนี้ รู้สึกประทับใจที่ได้ทำอะไรให้คุณยายอาจารย์"
"ไฟแก้วอันบริสุทธิ์เพื่อธาตุแห่งสรีระอันบริสุทธิ์"
โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์
...กายของคุณยายอาจารย์ เป็นกายที่บริสุทธิ์ เพราะตลอดชีวิตของท่านนั้น ได้ฝึกฝนตัวเอง สอนตัวเอง ละชั่ว ทำแต่ความดี และทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสตลอดเรื่อยมา ในประวัติของท่านตั้งแต่อายุ ๒๖ ปี จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายอายุ ๙๒ ปี ท่านสั่งสมแต่บุญบารมี คุณงามความดีตลอดเวลา ท่านสอนตัวของท่านเอง นอกจากสอนคนอื่น แล้วสอนตัวเองตลอดเวลา ฝึกฝนตัวเองไปเรื่อย ๆ
...เพราะฉะนั้น ธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ของท่าน เนื้อหนังมังสา กาย วาจา ใจของท่าน จึงสะอาดบริสุทธิ์ โดยเฉพาะสรีระร่างของท่าน ที่พ่อแม่ให้มา ท่านเอามาเติมแต่ความบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ทั้งกาย ทั้งวาจา ทั้งใจ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ท่านก็ไม่เอา ห่างไกลจากสิ่งเหล่านั้น ทำหยุดทำนิ่งเรื่อยมาเลย เข้าถึงพระธรรมกาย ได้พระธรรมกายที่ละเอียด ช่วยแก้ไขทุกข์มนุษย์ในคราวที่ได้อยู่ทำวิชชากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และทีมงานของท่าน
...คุณยายอาจารย์ท่านทำความละเอียดอยู่ตลอดเวลา ด้วยอัธยาศัยที่เด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจัง แล้วก็มีใจที่สันโดษ มักน้อย ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ยินดีปัจจัยตามมีตามได้ ใช้วันเวลาทำความละเอียด ทำความบริสุทธิ์เรื่อยมาหลาย สิบปีทีเดียว แม้เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านมรณภาพแล้วคุณยายก็ยังปฏิบัติ มีข้อวัตรปฏิบัติ ประดุจหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญยังมีชีวิตอยู่ รวมทั้งได้อบรมสั่งสอนลูกหลานผู้มีบุญทั้งหลาย ที่เข้ามาใกล้ ให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ทำใจหยุดใจนิ่งให้เข้าถึงพระธรรมกาย ให้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ ให้สร้างมหาทานบารมี ให้ปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่อง นิสัย อัธยาศัยที่ไม่ดีให้มันหมดไป เก็บแต่นิสัยอัธยาศัยที่ดี ๆ ติดไปข้ามภพข้ามชาติ ท่านก็ได้สั่งสอน จนกระทั่งมีลูกหลานเต็มประเทศ กระทั่งล้นประเทศไปทั่วโลก และส่วนหนึ่งจากทั่วโลกและภายในประเทศ ก็ได้เดินทางมาร่วมงานในวันนี้
...เพราะฉะนั้นกายของท่าน จึงไม่เหมาะสมที่จะใช้ไฟธรรมดาชำระสรีระร่างของท่าน จะต้องใช้ไฟแก้ว ไฟแห่ง ความบริสุทธิ์ที่กลั่นแล้วกลั่นเล่านั่นแหละ กลั่นธาตุอันบริสุทธิ์ ให้เป็นไฟแก้ว แล้วก็ผ่านดวงตะวัน ดวงอาทิตย์นี้ กลั่นแล้วกลั่นเล่า ให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ เมื่อบริสุทธิ์แล้ว จึงถ่ายทอดมาถึงมือมนุษย์ ลูกหลานยายผู้มีบุญ จะได้นำไปจุดสลายร่างของท่าน
...เพราะฉะนั้น ไฟนี้จึงไม่ใช่ไฟธรรมดา เป็นไฟแห่งความบริสุทธิ์ ที่เหมาะสมกับธาตุของท่านที่บริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ต่อความบริสุทธิ์จึงจะเหมาะสมกัน ดังนั้นในตอนนี้ ให้ลูกหลานยายทุกคน และท่านสาธุชนทั้งหลาย ผู้มาร่วมงานในวันนี้ แม้ไม่รู้จักคุณยายอาจารย์ หรือไม่เคยเจอคุณยายอาจารย์ท่านก็ตาม เอาใจของเราหยุดนิ่ง ๆ ให้หยุดในหยุด หยุดในหยุด นิ่งในนิ่งของเราไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ มองไปตรงกลาง เห็นคุณยายอาจารย์ก็มองยาย เห็นองค์พระก็มององค์พระ เห็นดวงก็มองดวง มองให้ใส แม้ไม่เห็นอะไรก็ให้ทำใจหยุด ใจนิ่ง ๆ เพราะใจที่หยุดนี้แหละ จะเป็นต้นทางในการเข้าถึงความบริสุทธิ์ภายในตัว
...หลังจากจุดไฟแก้วเสร็จแล้วจึงเดินทางไปที่ลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งระหว่างเดินทางไปพวกเราก็ได้รับรูปคุณยายอาจารย์มา ๑ รูป เห็นรูปคุณยายอาจารย์รูปนี้แล้ว รู้สึกถึงความมีเมตตากรุณาของคุณยายอาจารย์ จนเกิดขนลุกซู่อีกครั้ง
...เมื่อเดินไปถึงลานมหาธรรมธรรมกายเจดีย์ สาธุชนเนืองแน่นมาก จนพื้นที่ที่เตรียมไว้ให้รองรับสาธุชนได้ ๑๕๐,๐๐๐ คน ไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ ทำให้มีสาธุชนบางส่วนล้นออกไปนั่งพื้นที่รอบนอกของลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์ พวกเราโชคดีที่มีที่นั่งตรงโซนจุดไฟแก้วเอารูปคุณยายอาจารย์ ที่ได้รับมาตั้งไว้ข้างหน้าตัวเอง มองรูปท่านทีไร รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกทุกครั้ง รู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง
คำสอนคุณยายอาจารย์วันจุดไฟแก้วสลายร่าง
..."ทุกคนพยายามตั้งใจนะคะ เราเกิดมาเป็นมนุษย์นี่ดีที่สุด ไม่มีอะไรจะดีเท่ามนุษย์นะคะ ประเดี๋ยวก็วัน ประเดี๋ยวก็คืน ประเดี๋ยวก็ปี ชีวิตเราก็ไม่รอแล้วนะ เกิดมาแล้วต้องสร้างบุญสร้างกุศล ทำบุญทำทาน เราตายแล้ว เราละโลกไปแล้ว เราเอาอะไรไปไม่ได้ จะเอาไปได้แต่บุญกับบาปเราก็ทำบุญทำทาน ทำแต่ความดี เราละโลกแล้วเราก็เก็บบุญไป ได้เกิดทุกชาติทุกภพ เราก็จะได้มีสมบัติทำบุญไปทุกชาติทุกภพ ทำแต่ความดี ความไม่ดีอย่าเอา เพราะฉะนั้นเราตั้งใจทำไว้นะมันเป็นของเรา ถ้าเราไม่ทำ มันก็ยังไม่เป็นของเรา ถ้าเราละจากโลกมนุษย์ไป ไอ้ที่เราไม่ได้ทำนั่น มันก็เหลือถมแผ่นดิน ไอ้ที่ทำได้มันก็เป็นของเราน่ะ
...แต่ละคนนี่จะมาเป็นคนกันได้ ไม่ใช่ของง่ายนะ ตายเกิด ตายเกิด เคยเกิดเป็นสัตว์มาทุกชนิดแล้ว ไปใช้กรรมใช้เวรมาทั้งนั้น วัว ควาย ช้าง ม้า กา ไก่ หมู หมา มันก็คนนั่นแหละ พอมันมีกรรม มันก็ต้องไปเกิดเป็นอย่างนั้น ใช้กรรมหมดแล้วถึงจะมาเกิดเป็นคน เพราะฉะนั้น เราเกิดเป็นคนได้ ต้องรักษาความดีเอาไว้ เราจะได้เกิดเป็นคนในทุกชาติ ๆ นะไม่ใช่ตายแล้วสูญ ไม่สูญหรอกนะ มันสูญแต่กายหยาบนะ ตัวจริงที่ไปเกิด มาเกิดมันไม่ยอมสูญ กลับบ้านก็นึกถึงบุญถึงกุศลของเราทุกคนนะ บุญนี้นะ และถ้าเรานึกบ่อย ๆ นะ บุญนี่มันจะโต ๆ ๆ ขึ้น บาปก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรานึกถึงบาปนะ บาปมันก็จะโต ๆ ๆ ๆ ขึ้น ต้องไม่นึกถึงบาป นึกถึงแต่บุญ พอบุญโต ๆ ๆ เข้า บุญเขาก็พาเราไปสุคติ ถ้าไปนึกถึงบาป บาปมันโต บาปมันก็พาเราไปทุกข์ จำไว้นะทุกคน สร้างบารมีไม่ใช่ของง่ายนะ ต้องอดทน ต้องต่อสู้ ยายสู้มาหนักหนา สู้หัวชนฝา
...ขอบพระคุณมาก ๆ นะคะ ทุกคนที่มาร่วมบุญกะยาย ขอให้ทุกคนให้ได้บุญกันเยอะ ๆ นะ จะได้ไปกับยายได้นะคะ ขอให้ทุกคนไปเป็นเศรษฐี เกิดมาให้มีสมบัติติดตัวทุกชาติทุกภพ ให้มีสมบัติทำบุญทำทาน ไม่รู้จักหมดจักสิ้น ขอให้ทุกคนเห็นธรรมะใส ๆ เห็นธรรมกายได้นะ ให้หมดนี่นะเวลาคิดอะไรไม่ออกก็นั่งสมาธิแล้วก็จะคิดออก ขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดนะ ให้อายุยืน ๆ อยู่ไปนาน ๆ ได้สร้างบุญสร้างกุศลนะคะ จะปรารถนาสิ่งใดให้สำเร็จทุกประการ ด้วยอำนาจบุญกุศลที่ทำบุญทำทานนะคะ แล้ว เกิดทุกชาติทุกภพจะได้มาเจอยายอีกนะคะ ยายจะกลับล่ะนะ แล้วภพชาติต่อไปจะเจอยาย แล้วสร้างบารมีกับยายอีกทุกชาตินะคะ ขอบพระคุณนะคะ โชคดีนะคะ ยายกลับแล้วนะคะ"
ที่มา : http://www.kalyanamitra.org/kal_maga..._45/yay_1.html


Reply With Quote
