ท่านยมราชคุยกับพระฤษีลิงดำ
อาตมาสอนพระกรรมฐานตอนกลางคืนที่บ้านสายลม ขณะที่ทุกคนกำลังเจริญพระกรรมฐานก็จับลมหายใจนิดหน่อย และตั้งใจจะไปเทวสภา
แต่ท่านลุงพุฒิ คือ ท่านพระยายมราชก็มาตาม จึงถามว่า " ลุงมีธุระสำคัญหรือ "
ท่านตอบว่า " สำคัญ ถ้าไม่สำคัญผมไม่มาเอง" อาตมาก็เลยไปกับท่าน
เมื่อไปถึงสำนักพระยายมราช ที่สอบสวน
ก็ปรากฏว่า มีหญิงคนหนึ่งอายุ ๔๒ ปี นั่งคอยอยู่ที่นั่น
ถามว่า " มีธุระอะไรหรือ "
ท่านตอบว่า " ผมถามเรื่องบุญทุกอย่าง มันนึกอะไรไม่ออกทั้งหมด มันนึกได้แต่คุณอย่างเดียว "
จึงถามเธอว่า " เคยถวายสังฆทานที่วัดหลายครั้งนึกออกไหม "
เธอตอบว่า " นึกออกเจ้าค่ะ "
ถามว่า " เคยฟังเทศน์จำได้ไหม "
ตอบว่า " จำได้เจ้าค่ะ "
ถามว่า " เคยใส่บาตรทุกวันจำได้ไหม "
ตอบว่า " จำได้เจ้าค่ะ "
ถามว่า " เคยไหว้พระสวดมนต์ทุกวันจำได้ไหม "
ตอบว่า " จำได้เจ้าค่ะ "
ถามว่า " เคยเจริญพระกรรมฐานบ้างไหม "
ตอบว่า " เคยเจริญมโนมยิทธิ แต่ไม่ได้ มาฝึกวันเดียวไม่ได้ แล้วก็กลับไปพยายามทำเรื่อยก็ไม่ได้
เวลาจะตายจิตไม่ได้นึกถึงบุญเพราะมีทุกขเวทนามาก ปวดเสียดในท้อง จึงทำให้นึกถึงบุญไม่ไหว
ก็เลยตาย เมื่อตายแล้วท่านพระยายมราชถามเรื่องบาปทั้งหมดก็จำได้ แต่ถามเรื่องบุญนึกไม่ออก นึกได้แต่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำองค์เดียว "
>> ก็เป็นอันว่า พออาตมาพูดนำเธอก็นึกถึงบุญได้ทั้งหมด
ท่านพระยายมราชจึงบอกว่า " ถ้าอย่างนั้นเธอไปตามบุญของเธอ "
เธอก็กราบ ๓ ครั้ง พอกราบครั้งที่ ๓ เสร็จลุกขึ้นมา สวยปลั่งเลยแต่งตัวสีขาวจ๋อง และมีพระขรรค์ติดมือไปด้วย ไปอยู่สวรรค์ชั้นยามา
อาตมาถามท่านพระยายมราชว่า " พระขรรค์มีไว้ทำไม "
ท่านตอบว่า " พระขรรค์นี้มีฤทธิ์มาก "
ถามว่า " อานิสงส์อะไรจึงมีพระขรรค์ "
ท่านบอกว่า " อานิสงส์ที่ซื้อจอบ ซื้อเสียม ถวายพระสำหรับให้พระใช้ทำงาน เลยกลายเป็นพระขรรค์ไป "
ดังนั้นถ้าใครมี จอบ มีเสียม มีสิ่ว มีเครื่องกบไฟฟ้า มีสว่านไฟฟ้า ทางวัดต้องการหมด มีอานิสงส์มาก ตายแล้วจะได้มีพระขรรค์ มีฤทธิ์มาก.. [/b]