Results 1 to 2 of 2

Thread: ผลบุญของการบริจาค

  1. #1
    Junior Member
    Join Date
    Nov 2007
    Posts
    11


    Wink

    พักหลังมานี่ ผมอ่านแต่เรื่องธรรมะ คงจะมีคนรู้เลย Forward mail ส่งเรื่องนี้มาให้อ่าน
    แรกๆ ก็งงๆ ลองเช็คดู แล้วมีที่มา ก็เลยตามไปอ่านในเว๊ปเลย
    อ่านแล้วก็เห็นว่า ดี สบายๆ ไม่มีความน่ากลัว เป็นเรื่องสอนให้คิด เกี่ยวกับ บาป-บุญ
    แต่จริงๆแล้ว น่าจะเป็นเรื่อง ผลบุญของการบริจาค มากกว่า
    เลยอยากเอามาให้อ่านกัน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้เจตนาโพสต์ เพื่อหวังเพิ่มโพสต์เค้าน์ตัวเอง แต่อย่างใดนะครับ ( อันนี้มีคนรู้ )
    แค่อยากให้ทำบุญกัน

    เรื่องเขาเล่าว่า

    ท่านยมราชคุยกับพระฤษีลิงดำ

    อาตมาสอนพระกรรมฐานตอนกลางคืนที่บ้านสายลม ขณะที่ทุกคนกำลังเจริญพระกรรมฐานก็จับลมหายใจนิดหน่อย และตั้งใจจะไปเทวสภา

    แต่ท่านลุงพุฒิ คือ ท่านพระยายมราชก็มาตาม จึงถามว่า " ลุงมีธุระสำคัญหรือ "

    ท่านตอบว่า " สำคัญ ถ้าไม่สำคัญผมไม่มาเอง" อาตมาก็เลยไปกับท่าน

    เมื่อไปถึงสำนักพระยายมราช ที่สอบสวน

    ก็ปรากฏว่า มีหญิงคนหนึ่งอายุ ๔๒ ปี นั่งคอยอยู่ที่นั่น

    ถามว่า " มีธุระอะไรหรือ "

    ท่านตอบว่า " ผมถามเรื่องบุญทุกอย่าง มันนึกอะไรไม่ออกทั้งหมด มันนึกได้แต่คุณอย่างเดียว "

    จึงถามเธอว่า " เคยถวายสังฆทานที่วัดหลายครั้งนึกออกไหม "

    เธอตอบว่า " นึกออกเจ้าค่ะ "

    ถามว่า " เคยฟังเทศน์จำได้ไหม "

    ตอบว่า " จำได้เจ้าค่ะ "

    ถามว่า " เคยใส่บาตรทุกวันจำได้ไหม "

    ตอบว่า " จำได้เจ้าค่ะ "

    ถามว่า " เคยไหว้พระสวดมนต์ทุกวันจำได้ไหม "

    ตอบว่า " จำได้เจ้าค่ะ "

    ถามว่า " เคยเจริญพระกรรมฐานบ้างไหม "

    ตอบว่า " เคยเจริญมโนมยิทธิ แต่ไม่ได้ มาฝึกวันเดียวไม่ได้ แล้วก็กลับไปพยายามทำเรื่อยก็ไม่ได้
    เวลาจะตายจิตไม่ได้นึกถึงบุญเพราะมีทุกขเวทนามาก ปวดเสียดในท้อง จึงทำให้นึกถึงบุญไม่ไหว
    ก็เลยตาย เมื่อตายแล้วท่านพระยายมราชถามเรื่องบาปทั้งหมดก็จำได้ แต่ถามเรื่องบุญนึกไม่ออก นึกได้แต่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำองค์เดียว "

    >> ก็เป็นอันว่า พออาตมาพูดนำเธอก็นึกถึงบุญได้ทั้งหมด

    ท่านพระยายมราชจึงบอกว่า " ถ้าอย่างนั้นเธอไปตามบุญของเธอ "

    เธอก็กราบ ๓ ครั้ง พอกราบครั้งที่ ๓ เสร็จลุกขึ้นมา สวยปลั่งเลยแต่งตัวสีขาวจ๋อง และมีพระขรรค์ติดมือไปด้วย ไปอยู่สวรรค์ชั้นยามา

    อาตมาถามท่านพระยายมราชว่า " พระขรรค์มีไว้ทำไม "

    ท่านตอบว่า " พระขรรค์นี้มีฤทธิ์มาก "

    ถามว่า " อานิสงส์อะไรจึงมีพระขรรค์ "

    ท่านบอกว่า " อานิสงส์ที่ซื้อจอบ ซื้อเสียม ถวายพระสำหรับให้พระใช้ทำงาน เลยกลายเป็นพระขรรค์ไป "

    ดังนั้นถ้าใครมี จอบ มีเสียม มีสิ่ว มีเครื่องกบไฟฟ้า มีสว่านไฟฟ้า ทางวัดต้องการหมด มีอานิสงส์มาก ตายแล้วจะได้มีพระขรรค์ มีฤทธิ์มาก.. [/b]
    เพราะฉนั้น ใครที่อยากได้ความรู้ อยากได้วิชา แล้วมีเงินเหลือๆ ไม่เดือดร้อนแล้ว ก็รีบๆบริจาคกันซะ

    จะเป็นสมาชิกอยู่แล้ว หรือกำลังจะ่เป็นสมาชิก ก็บริจาคกันได้ ไม่ผิดกติกา

    สิ่งที่ไม่รู้ แล้วอยากรู้ ก็จะได้รู้ สิ่งที่ไม่มี แต่อยากได้ ก็จะได้ สมความปราถนาในชาตินี้เลย

    สำหรับที่อยากจะเป็น HACKER ก็คงต้องบริจาคเพิ่มมากกว่าเขาหน่อย เช่น ดอกสว่าน ไขควง มีด ดาบ อะไรทำนองนี้

    ตายไปจะได้มี ดาบไซเบอร์ เอาไว้ เจาะทะลุทะลวง ผ่านประตูสวรรค์ (เพราะเขาไม่ให้เข้าไป)

    อันนี้ผมคิดแล้วก็ว่าเองครับ ฮา ......

    อืม..ผมจบผิดมุขไปหน่อย ต้องขออภัยด้วย

    ขอขอบคุณหนังสือธรรมะทุกเล่ม ที่ให้ความรู้แก่ผู้คนทั้งหลาย
    </span>

    <span style="color:#FFCC00">ที่ไปดูแล้วอ่าน แล้วเอามา
    http://www.dhammathai.org/indexthai.php
    [color=#CC33CC][SIZE=2]G[/color]-50</span>[/SIZE]

  2. #2
    Junior Member
    Join Date
    Mar 2008
    Posts
    13


    พักหลังมานี่ ผมรู้จักบริจาคมากขึ้นครับ

    โดยของที่บริจาคก็จะเป็นสิ่งของทั่วไป เช่น เสื้อผ้าทั่ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว หนังสือเก่า

    เป็นต้น รวมไปถึงการทำทานครับ

    โดยผมอยากส่งเสริมให้บริจาคให้กับเด็กๆที่ขาดแคลนในชนบทครับ

    ได้บุญแล้วยังทำให้เด็กที่ด้อยโอกาสมีโอกาสได้เรียนรู้

    เพราะยังมีเด็กที่ขาดแคลนอีกมากครับ

Members who have read this thread : 0

Actions : (View-Readers)

There are no names to display.

Tags for this Thread

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •