กฟภ.เตรียมตั้งบริษัทลูก "กฟภ.โทรคมนาคม" ลุยวงการสื่อสาร หลังได้ใบอนุญาตประเภท 3 จาก กทช. คุยอีก 2 ปีเปิดให้คนชนบทคุยโทรศัพท์ฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต
นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 3 ที่ มอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นประเภทที่ผู้ ขอต้องมีโครงข่ายเป็นของตนเอง และให้บริการเพื่อ ประโยชน์ของสังคม ไม่หวังกำไร และคิดค่าบริการตามต้นทุน ซึ่งการให้ใบอนุญาตดังกล่าวกับ กฟภ. จะทำให้ประชาชนได้ใช้โครงข่ายที่มีประสิทธิภาพและราคาเป็นธรรม ทั้งเป็นการเพิ่มผู้ประกอบการทำให้ตลาดเกิดการแข่งขัน ซึ่งมีอายุสัญญา 20 ปี
นายประเจิด สุขแก้ว ผู้ว่าการ กฟภ. กล่าวว่า กฟภ.จะเป็นหน่วยงานกลางในการให้บริการโครงข่าย ซึ่งการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจาก กทช. เป็นการเพิ่มการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ เนื่องจาก กฟภ.วางสายไฟฟ้าควบคู่กับระบบสื่อสารมานานแล้ว ซึ่งงบประมาณที่ใช้วางสายไฟเพื่อสื่อสารคิดเป็น 1% หรือ 3,000 ล้านบาท ของจำนวนงบประมาณที่ใช้วางสายไฟฟ้าทั้งหมด โดยสายไฟฟ้าสำหรับสื่อสาร 1 เส้น จะมีใยแก้วนำแสง 24 เส้น ซึ่งปัจจุบันใช้เพียง 4-8 เส้น เพื่อควบคุมการสื่อสาร สำหรับสั่งงานให้ไฟฟ้าจะเดินทางไปที่ต่าง ๆ ดังนั้นจึงนำสายใยแก้วนำแสงที่เหลือมาเปิดให้บริการ เบื้องต้นจะเปิดให้เช่าโครงข่ายในอัตราเดียวกับที่ บมจ.ทีโอที ให้บริการ แต่อนาคตจะให้เช่าในอัตราที่ถูกกว่าเอกชนลงทุนวางโครงข่ายสื่อสารเอง
นายประเจิด กล่าวว่า กฟภ.จะตั้งบริษัทในเครือดูแลธุรกิจโทรคมนาคมโดยตรงเพื่อให้การทำธุรกิจคล่องตัว ในชื่อ "กฟภ.โทรคมนาคม จำกัด" ทุนจดทะเบียนประมาณ 100 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอกระทรวงมหาดไทยพิจารณา เพื่อเป็นผู้ให้บริการเช่าโครงข่าย โดยหาพาร์ทเนอร์มาให้บริการด้านเนื้อหา และปลายปี พ.ศ. 2551 จะเริ่มเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟฟ้า และบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์ เน็ต (VoIP) ในพื้นที่ห่างไกลที่โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานยังเข้าไม่ถึง ซึ่งไม่ต้องจ่ายค่าโทรฯ จ่ายเพียงค่าบริการอินเทอร์เน็ต แต่ต้องมีอุปกรณ์สำหรับรองรับการใช้งานดังกล่าว ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร 17 ล้านครัวเรือน แต่มีโทรศัพท์บ้านใช้เพียง 3 ล้านครัวเรือน ซึ่งการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟฟ้าจะช่วยให้การสื่อสารทั่วถึง เพราะไฟฟ้าเข้าถึงประชากร 14 ล้านครัวเรือนแล้ว


</div>
</div>
Reply With Quote
