MDASบริการในไทย3ปีรายได้โต3เท่า ตั้งเป้าแชร์26%จากมูลรวมปีนี้800ล้าน

MDAS โชว์ผลงานรอบ 3 ปีในไทยทำรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ด้วยความนิยมของเว็บท่า MSN และ Windows Live Messenger ที่สามารถทำรายได้จากโฆษณาออนไลน์ ฟันธงมูลค่ารวมตลาดปีนี้ 800 ล้านบาท ตั้งเป้ากินแชร์ 26 %

นายริชาร์ด ฮักกินส์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไมโครซอฟท์ ดิจิตอล แอดเวอร์ไทซิ่ง โซลูชั่นส์ ซึ่งเป็นฝ่ายโฆษณาออนไลน์ของไมโครซอฟท์ ที่ให้บริการโฆษณาออนไลน์ภายใต้ชื่อ “MDAS” กล่าวว่า หลังจากไมโครซอฟท์ร่วมกับพันธมิตรอย่างอิมแพ็ค

บริษัทคู่ค้ารายแรกที่ขายโฆษณาออนไลน์ให้กับไมโครซอฟท์ในประเทศไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของไมโครซอฟท์จนผู้บริโภคเกิดความนิยมของเว็บท่า MSN และ Windows Live Messenger และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไมโครซอฟท์มีรายได้จากการโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้น 3 เท่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย

หน่วยงานดังกล่าวของไมโครซอฟท์เกิดขึ้นจากการที่ผู้บริโภคนิยมในเว็บท่า และเพิ่มจำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีการออนไลน์ตลอดเวลา รวมทั้งใช้อุปกรณ์สื่อสารที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้บริษัทมากมายเข้าถึงผู้บริโภคได้ โดยไมโครซอฟท์ ดิจิตอล แอดเวอร์ไทซิ่ง โซลูชั่นส์ ทำให้บริษัทหลายแห่งสามารถติดต่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภคเป้าหมายในช่องทางการติดต่อแบบดิจิตอลหลากหลายรูปแบบ (multiple digital touch-point) โดยการโฆษณาบนสินค้าและบริการที่เป็นสื่อดิจิตอลระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น MSN, Windows Live, Xbox, Office และ Live Search

ไมโครซอฟท์ ดิจิตอล แอดเวอร์ไทซิ่ง โซลูชั่นส์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับการโฆษณาออนไลน์บนผลิตภัณฑ์และบริการออนไลน์ทั้งหมดของไมโครซอฟท์ ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักในประเทศไทย คือ เว็บท่าออนไลน์ th.msn.com และผลิตภัณฑ์วินโดวส์ไลฟ์ ทั้งนี้ เว็บท่า th.msn.com เป็นเว็บท่าที่ผู้ใช้สามารถเข้าค้นหาข้อมูลที่มีสาระประโยชน์และอินเทอร์แอ็คทีฟ รวมถึงแหล่งข้อมูลในหัวข้อต่างๆ เช่น การเงิน บันเทิง การเรียนภาษา และการหางาน โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์วินโดวส์ไลฟ์นั้น ได้แก่ Windows Live Messenger (โปรแกรมสนทนาแบบโต้ตอบทันที หรือ Instant Messaging) Windows Live Hotmail (อีเมล) และ Windows Live Spaces (บล็อก)

“ประเทศไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นในภูมิภาคนี้ โดยเป็นตลาดเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เว็บท่า MSN และ Windows Live Messenger เป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้ Windows Live Messenger มากเป็นอันดับ 9 ของโลก อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ไมโครซอฟท์ ดิจิตอล แอดเวอร์ไทซิ่ง โซลูชั่นส์ ประสบความสำเร็จในประเทศไทย จนทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ตั้งแต่ปี 2547 คือ การทำงานร่วมกับอิมแพ็คและบริษัทคู่ค้าที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งการสนับสนุนจากบริษัทต่างๆ ที่โฆษณาบนพื้นที่และบริการออนไลน์เอ็มเอสเอ็นในประเทศไทย”

ผู้บริหารไมโครซอฟท์กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยประมาณ 9.5 ล้านคน หรือประมาณ 14 % ของประชากร เป็นที่เข้าเอ็มเอสเอ็น 6.6 ล้านคน และมีแนวโน้มการเข้าสู่ระบบออนไลน์มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการสำรวจของ Average Hours จากกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปีในไทยพบว่า คนหนึ่งคนใช้เวลากับอินเทอร์เน็ต 6.7 ชม.ต่อวัน กับวิทยุ 2.1 ชม.ต่อวัน ทีวี 5.5 ชม.ต่อวัน สิ่งพิมพ์ 3.0 ต่อวัน

นายทอม ศรีวรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค อินเทอร์แอ็คทีฟ กล่าวว่า สื่อออนไลน์แตกต่างจากสื่อดั้งเดิมตรงที่สามารถใส่มัลติมีเดียทุกประเภท ให้ประสบการณ์อินเทอร์แอ็คทีฟในระดับที่สูงขึ้น เช่น การคลิกบน “แท็บ” โฆษณาธรรมดา (โลโก้ของบริษัท) บนหน้าต่างของ Windows Live Messenger จะนำผู้ชมไปสู่ลักษณะของเว็บที่ได้รับการออกแบบเฉพาะ ซึ่งให้รายละเอียดโปรโมชันที่แน่นอน หรือแม้แต่การให้ผู้บริโภคเล่นเกมออนไลน์ ทั้งนี้ โฆษณาออนไลน์ทำให้ผู้ลงโฆษณาออนไลน์สามารถใช้ Rich Media ที่อินเทอร์แอ็คทีฟ ในแคมเปญของผู้ใช้สื่อประเภทนี้ เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ ด้วยวิธีการใหม่และสร้างสรรค์ได้

“สื่อออนไลน์ผู้บริโภคสามารถเล่นกับสินค้าได้ โดยไม่ต้องเข้าร้าน ซึ่งสื่ออื่นทำไม่ได้ ที่สำคัญการเล่นโฆษณาออนไลน์ไม่มีลิมิต”

ในมุมมองของผู้บริหาร MDAS เชื่อว่า ตลาดโฆษณาออนไลน์ปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 1% ของตลาดโฆษณาทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท และ MDAS ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 26 % โดยมีโฆษณาที่มาแรงจะเป็นกลุ่มโทรคมนาคม รองลงไปคือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และรถยนต์


โดย ผู้จัดการออนไลน์