เรื่องดีๆ copy มาจาก mthai
--------------------------------------------------------------------------------
ถึงน้องที่ยังรู้สึกว่ารำคาญที่ถูกพ่อแม่ห้าม เข้มงวด บังคับ บงการ กับการใช้ชีวิตของน้อง จะบอกอะไรไว้สักอย่างนะ
พี่เป็นลูกคนเดียวที่เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น แต่ก็ถูกห้ามกลับบ้านเกินหกโมงเย็น ห้ามคุยโทรศัพท์เกิน2ทุ่ม ห้ามออกไปเที่ยวเสาร์ อาทิตย์ ห้ามมีเพื่อนชาย เพื่อนหญิงมีได้แต่พ่อแม่ต้องขอรู้จักกำพืด ครอบครัว นิสัย การเรียนของเพื่อนหญิงคนนั้น พามาเที่ยวบ้านได้ แต่อย่านัดออกไปเป็นกลุ่มๆข้างนอก คุยโทรศัพท์ก็จะถูกยกฟังอีกเครื่องเป็นระยะๆ ใส่เสื้อไปเรียนต้องสวมเส้อซับในไว้ด้วยนะ และอีกหลายๆห้าม
แต่สิ่งที่จะให้ก็มี ค่าอุปกรณ์การเรียนขอเท่าไหร่ไม่อั้น อยากเรียนกวดวิชาให้บอก อยากเรียนดนตรี จะพาไปสมัคร อยากเล่นกีฬา ไปสโมสรกัน อยากไปเที่ยว ไปเที่ยวต่างจังหวัดทั้งครอบครัว ที่ว่ามาพี่เคยรู้สึกว่าสิ่งที่เค้าขอกับสิ่งที่เค้าให้ มันช่างดูขาดๆเกินๆไม่สมดุลกันเอาเสียเลย พี่แน่ใจ ไม่ว่าชีวิตใครโดนบงการแบบนี้ต้องอกแตกตายแน่ บางครั้งพี่นึกเสียใจทำไมพ่อแม่ถึงได้ไม่ไว้ใจพี่ ไม่ให้อิสระกับพี่ตามสมควรบ้าง แต่พี่ก็ทนกฏเหล็กมาได้ตั้งแต่รู้ว่าเป็นวัยรุ่นอายุ15 จนถึงมหาวิทยาลัยปี3 เมื่อพี่เริ่มทนอึดอัดอัดไม่ไหว เมื่อพี่เริ่มมีเพื่อนชายที่เป็นคนคอยส่งกลับบ้าน
แน่นอน ส่งได้แค่ปากซอย ไม่มีทางจะได้เห็นประตูบ้านพี่ เริ่มกลับบ้านค่ำ เมื่อเหตุผลรถติดใช้อ้างกับพ่อไม่ได้ ก็ไม่รู้จะอ้างอะไรให้ฟังถูกใจ พี่เริ่มมีสังสรรค์กับเพื่อนฝูง มีเพื่อนเยอะขึ้น มีกิจกรรมอีกมากมาย ที่พี่เห็นว่าพี่จะทำตามใจตัวเองบ้าง ค่อยๆง้างกรงเหล็กออกเริ่มมีปากเสียงกับที่บ้าน มีแฟนพี่เท่านั้นที่อยู่ข้างๆ คอยปลอบใจ ยอมรับว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจขึ้นมากและแล้วพี่ก็มีอะไรกับแฟน เพราะความใกล้ชิดพี่ จะบอกความอึดอัดให้แฟนพี่ฟัง เค้าก็ได้แต่ปลอบว่าซักวันพ่อแม่จะเข้าใจเราเอง รอไปก่อนนะ
แต่มันมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น พี่ท้อง แฟนพี่และครอบครัวของเค้าไม่มีปัญหา จะจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด ขอร้องว่าอย่าไปทำแท้ง พี่กระวนกระวายใจ ไม่ไปเรียน สมาธิหายไปหมด อะไรนี่ เรากำลังจะมีลูก เรื่องเรียน เรื่องพ่อแม่จะบอกยังไง พี่ไม่กล้าสบตาใครในบ้านเลยในช่วงนั้น พี่ทำชีวิตพี่หมดอนาคตด้วยตัวเองหรือนี่ จัดการเรื่องดร็อปเรียน ฝากท้อง แล้วก็รวบรวมความกล้าได้แล้วไปบอกแม่ แม่อึ้ง น้ำตาไหล เข้ามากอดพี่ พูดว่า"ทำไมทำกับแม่แบบนี้ลูก" ไม่ต้องบรรยายว่าแม่เสียใจแค่ไหน ส่วนพ่อ พ่อขอตัดจากความเป็นพ่อลูกกับพี่ตั้งแต่พูดจบ แล้วขับรถออกไปแม่มาบอกตอนเช้าว่า พ่อไปนั่งร้องไห้ไกลถึงอยุธยา ขับรถไปร้องไป สุดท้าย พี่ก็แต่งงานกันโดยไม่มีพ่อของพี่ในงาน
ญาติแฟนพี่เข้าใจ แม่ก็ทำใจได้แล้ว ร้องไห้ตลอดงาน ไม่รู้ร้องด้วยอารมณ์ไหน เมื่อคลอดลูกแล้ว พี่เอาลูกพี่ไปกราบเท้าพ่อพี่ บอกพ่อว่าหนูเอาลูกหนูมาฝากพ่อ ถึงวันนี้หนูจะไม่ได้เป็นลูกของพ่อแล้ว แต่หนูขอให้พ่อรับเด็กคนนี้ได้เป็นหลานพ่อด้วยนะ พ่อก้มหน้าร้องไห้ ความรู้สึกของพี่มันเกินบรรยายจริงๆ จากที่เคยชอบคิดว่าไม่เคยทำผิด เคยแต่โดนยัดเยียดให้ผิด ต้องคิดใหม่เลยว่าเราทำผิดเองคนเดียวทั้งหมด พ่อผู้ไม่เคยร้องไห้เลยในชีวิต พ่อพี่พูดว่า" พ่อไม่เคยคิดว่าเราไม่ใช่ลูก ที่พ่อทำทั้งหมด เพราะพ่อรัก เพราะรักคำเดียวเท่านั้นลูก"
ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเจ้าตัวน้อย เป็นที่สื่อความสัมพันธ์ที่ดีให้กลับมาอีกครั้ง แม้พ่อพี่จะรักหลานเห่อออกหน้าออกตาก็ตาม แม้พี่จะออกไปเรียนตามปกติ แต่ความต้องการของพี่กลับไม่ใช่เท่านี้ พี่รู้สึกโหยหาสิ่งที่ไม่ต้องการในอดีต ให้กลับมาเป็นของพี่อีกครั้ง เรื่องบังคับทั้งหลายแหล่นั่นแหละ พี่เพิ่งเห็นค่าของสายใยรัก ที่พ่อแม่พี่มีให้ ก็..ต้องพูดได้คำเดียวว่ามันสายไปเสียแล้ว
อยากให้น้องๆได้รู้ว่ามันยังไม่สาย ที่จะทำความดีให้พ่อกับแม่ได้สุขใจ สุขของเค้า อาจจะขัดกับสุขของเรา แต่เขาจะอยู่ขัดความสุขตลอดชีวิตเราหรือเปล่า อีกไม่นานเค้าก็จากเราไป พี่คิดว่าเรายอมเสียสละความสุขตามอำเภอใจ แบบฉาบฉวยของเรา เพื่อให้พ่อแม่ได้มีความสุขตลอดชีวิตของเค้า เราจะรู้เองเลยนะว่าความสุขที่เห็นจากพ่อแม่เรา นั่นแหละคือความสุขของเราอย่างแท้จริง
อย่างพี่ พี่ไม่รู้จะล้างผิดยังไง ที่ทำให้พ่อแม่ต้องเสียน้ำตาที่มีค่า ฝากน้องไว้แค่นี้หละค่ะ จะว่าน้ำเน่าก็ไม่ว่ากัน ถ้าหากว่ามันทำให้ใครคิดรักพ่อรักแม่มากขึ้น


Reply With Quote
