-
แก้ไขปัญหาเรื่องไฟรั่ว-โดนไฟฟ้าดูด
เบื้องหลังการถ่ายทำอุปกรณ์ไฟฟ้า :
เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงจึงใช้โลหะเป็นองค์ประกอบของตัวโครงสร้างหลัก และมักจะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เรียกกันว่า เครื่องกลไฟฟ้า เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า ฯลฯซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญคือ ขดลวดเหนี่ยวนำไฟฟ้า ซึ่งจะทำหน้าที่เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า หรือ แปลงพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้งานตามหน้าที่ ในการเหนี่ยวนำไฟฟ้านั้น ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือ การเกิดฟองแม่เหล็กไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อฟองแม่เหล็กไฟฟ้ามีการเคลื่อนไหวไปตามการเปลี่ยนแปลงของไฟฟ้ากระแสสลับที่เราใช้งานอยู่ภายในบ้าน ส่วนของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า จะเคลื่อนตัวผ่านสิ่งที่เป็นโลหะ ซึ่งก็คือโครงสร้างของเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นนั่นเอง และ โลหะ จัดว่าเป็นตัวนำไฟฟ้า ชนิดหนึ่ง เมื่อเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเคลื่อนผ่านตัวนำไฟฟ้า ก็จะเกิดการเหนี่ยวนำให้เกิดความต่างศักย์ทางไฟฟ้าขึ้น ดังนั้นโครงสร้างโลหะของอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้จะมีประจุไฟฟ้าอยู่ และเมื่อเราไปสัมผัสถูกโครงสร้างโลหะที่มีประจุไฟฟ้าอยู่นั้น โดยที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสอยู่กับพื้นส่วนมากเป็นพื้นกระเบื้องหรือแม้แต่พื้นไม้หรือ โครงสร้างอื่นใดที่มีส่วนต่อถึงพื้น แม้แต่เฟอร์นิเจอร์บางประเภทที่ตั้งอยู่กับพื้น ก็จะเกิดการต่อเชื่อมระหว่างขั้วความต่างศักย์ไฟฟ้าสองขั้วขึ้น จะเกิดการไหลของกระแสไฟฟ้าจากความต่างศักย์สูงไปสู่ที่มีความต่างศักย์ต่ำกว่า คือพื้น โดยที่ร่างกายของคนมีองค์ประกอบเป็นของเหลวเป็นส่วนใหญ่ และ ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์ ดังนั้นร่างกายจึงเป็นเสมือนตัวนำไฟฟ้าอย่างหนึ่ง เมื่อเกิดการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านร่างกายของคนเรา นั่นก็คือการถูกไฟดูด นั่นเอง เนื่องจากการเหนี่ยวนำไฟฟ้าในโครงสร้างที่เป็นโลหะมีไม่สูงมาก และ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านมีปริมาณน้อย จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ถูกไฟฟ้าดูดในกรณีนี้มากนัก แต่ก็มีความรู้สึกประมาณหนึ่ง ดังนั้นควรหาวิธีการแก้ไขและป้องกันให้ถูกวิธี
เครื่องป้องกันไฟฟ้าดูด ยี่ห้อต่างๆ ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นไม่สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากอาศัยหลักการทางไฟฟ้า คือ ตรวจจับปริมาณการไหลของกระแสไฟฟ้า โดยอาศัยกฎทางไฟฟ้าที่ว่า มีกระแสไหลเข้ามาต้องมีกระแสไหลออกไปด้วยปริมาณที่ใกล้เคียงหรือ เท่ากัน ทางสายไฟฟ้า หากมีกระแสไฟฟ้าปริมาณหนึ่งหายไปโดยมีปริมาณที่มากพอสมควรแก่การเกิดอันตรายก็จะทำการตัดวงจรไฟฟ้าเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จะแก้ไขปัญหาเนื่องจากไฟฟ้ารั่วจริงๆ จากสายไฟลงสู่ตัวโครงสร้างเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ
ส่วนปัญหาไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ดูด นั้น แก้ไขไม่ได้ แล้วเราจะใช้วิธีไหนดีล่ะ เอาละ เรามาทำความเข้าใจเรื่องกระแสไฟฟ้าก่อน
โดยปกติกระแสไฟฟ้าจะเกิดการเคลื่อนไหว หรือ ที่เรียกว่า กระแสไฟฟ้าไหล ได้นั้น ต้องมาจากการมีความต่างของไฟฟ้าสองจุด และมีตัวนำต่อระหว่างจุดทั้งสองอยู่ ธรรมชาติของกระแสไฟฟ้าจะคล้ายกับน้ำ คือไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำกว่า ดังนั้นกระแสไฟฟ้าจะไหลจากจุดที่มีความต่างศักย์ไฟฟ้าที่สูงกว่าไปสู่จุดที่มีความต่างศักย์ทางไฟฟ้าที่ต่ำกว่า หรือ เรียกว่า กระแสไฟฟ้าไหลจากที่มีไฟสูงกว่าไปสู่จุดที่มีไฟต่ำกว่า นั่นเอง ( แต่จุดที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า อาจมีไฟต่ำกว่าก็ได้ครับต้องระวังเรื่องนี้ด้วยครับ ) โดยธรรมชาติอีกเหมือนกันครับว่า พื้นดินมีความต่างศักย์ไฟฟ้า ต่ำ ที่สุดดังนั้น กระแสไฟจะไหลผ่านตัวนำ ( ซื่งอาจเป็นตัวเรา ) ไปสู่พื้นซึ่งมี ความต่างศักย์ ต่ำ ผลคือ เราถูกไฟฟ้าดูด
วิธีแก้ไขมีอยู่ สอง วิธี คือ
1. เป็นประกาศของการไฟฟ้าฯ ว่าการติดตั้งสายไฟฟ้าในบ้านพักอาศัย หรือ สิ่งปลูกสร้างต่อไปนี้ จะต้องมี สายดิน เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ ซึ่งสายดินนั้นก็คือสายไฟฟ้าที่ติดตั้งเพิ่มเป็นพิเศษโดยปลายด้านหนึ่งจะต้องต่ออยู่กับแท่งโลหะยาวไม่ต่ำกว่า สองเมตร ที่ตอกให้จมลงไปในดิน ในบริเวณบ้านของเรานั่นเอง หลังจากนั้น ก็ต่อสายนี้ไปยังตำแหน่งปลั๊กไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อเป็นจุดสำหรับให้ต่อสายจากโครงสร้างโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้ามาเข้าไว้เพื่อต่อให้ไฟฟ้าที่เหนี่ยวนำอยู่ให้ไหลผ่านตัวนำที่ดีกว่าคือสายโลหะทองแดง ไปสู่ดินทันที ( ตัวนำกระแสไฟฟ้ามีคุณภาพต่างกัน และกระแสไฟฟ้าจะเลือกเดินทางหรือไหลผ่านไปทางตัวนำที่สามารถไหลได้ดีกว่า )
2. หากในสถานที่นั้นๆ ไม่มี สายดิน ซึ่งต่อมาเพื่อใช้งานดังกล่าว ก็ต้องหาสายดินให้ สิ่งที่น่าสนใจ คือ โครงสร้างของสถานที่ เช่น ฝาผนัง กำแพง ประตูหน้าต่าง แนวท่อน้ำที่เป็นโลหะ ซึ่งส่วนต่างๆ ที่กล่าวถึงนั้น ล้วนแล้วแต่ต่อลงถึงดิน ทั้งสิ้น ด้งนั้นก็หาสายไฟฟ้า ขนาดพอประมาณใช้อยู่ทั่วๆไป มาต่อเข้ากับโครงสร้างโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ ให้แน่นหนา เช่น คลายสกรูยึดโครงสร้างตัวเล็กๆ ออกมาแล้วพันสายเข้ากับตัวสกรูนั้นๆ แล้วขันยึดกลับเข้าไปให้แน่นเหมือนเดิม และนำปลายสายอีกด้านหนึ่งไปพันหรือ ต่อเข้ากับโครงสร้างโลหะเช่นท่อน้ำประปา หรือ เหล็กดัด ประตูเหล็ก ที่อยู่ใกล้เคียง หากไม่มีแนะนำให้ใช้ตะปูโลหะยาวสักประมาณ สอง - สาม นิ้วฟุต ตอกเข้าไปตรงมุมรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังกำแพงในตำแหน่งที่ปลอดภัยต่อการถูกเกี่ยวชน ( เพื่อไม่ให้ยาวเกะกะ เป็นอันตรายด้วย ) ให้เหลือปลายหัวตะปูพอที่จะเป็นที่ยึดสายไฟฟ้าอีกด้าน ก็จะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องไฟฟ้าดูดได้ครับ
หมายเหตุ : หากเป็นปัญหาเรื่องไฟฟ้ารั่วจริงๆ จากสายไฟฟ้า ลงสู่โครงสร้างโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากสายไฟชำรุดและโลหะตัวนำในสายไฟฟ้าแตะถูกกับส่วนที่เป็นโครงสร้างโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ เป็นอันตรายมาก ต้องระมัดระวังให้ดีครับ นอกจากเป็นอันตรายแล้ว เครื่องป้องกันไฟฟ้าดูด ก็จะทำงานบ่อยด้วย และเมื่อต่อสายดินแล้ว จะสังเกตุเห็นว่าค่าไฟฟ้าจะสูงผิดปกติครับ ( มิเตอร์เก็บค่าไฟฟ้าจะหมุนเนื่องจากมีกระแสไฟฟ้าไหล หากมีการชำรุดของสายไฟฟ้า และ รั่วลงสู่ตัวโครงสร้างโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า จากนั้นก็ไหลลงสู่ดิน ก็เหมือนหนึ่งมีการไหลของไฟฟ้าตลอดเวลา นั่นเอง ) กรณีนี้ต้องค้นหาและแก้ไขโดยเร่งด่วนเพราะเป็นปัญหาและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ครับ หากไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ก็ใช้วิธีการป้องกันคือ พยายามที่จะไม่ทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสกับพื้นหรือวัตถุที่ต่อถึงพื้น เช่นการยืนอยู่บนแผ่นยางปูพื้นที่ไม่ชำรุดซึ่งเป็นฉนวนทางไฟฟ้า หรือ ใส่รองเท้าภายในบ้านซึ่งเป็นฉนวนทางไฟฟ้าและไม่เปียกชื้น หรือวิธีการอื่นใดที่ไม่ต้องสัมผัสพื้นหรือต่อถึงพื้นได้ ก็จะปลอดภัยจากการถูกไฟฟ้าดูดครับ
สำหรับ คอมพิวเตอร์นั้น ส่วนใหญ่จะมาจาก power supply ในเคส ลองถอดสายไฟเลี้ยงออกจากอุปกรณ์ทุกอย่าง เมนบอร์ด cpu cd dive a: ให้เหลือแต่ power supply ตัวเดียว ไม่ต้องจ่ายไฟให้อุปกรณ์ในระบบ เสียบปลั๊กไฟให้เคส วัดด้วยไขควงวัดไฟที่เคส ถ้าไฟไขควงวัดไฟ ยังติดอยู่ ก็เปลี่ยน supply ใหม่ได้เลยครับ
-
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ นะครับผมพึงจะได้ความรู้นะครับว่า สำหรับ คอมพิวเตอร์นั้น ส่วนใหญ่จะมาจาก power supply ในเคส ลองถอดสายไฟเลี้ยงออกจากอุปกรณ์ทุกอย่าง เมนบอร์ด cpu cd dive a: ให้เหลือแต่ power supply ตัวเดียว ไม่ต้องจ่ายไฟให้อุปกรณ์ในระบบ เสียบปลั๊กไฟให้เคส วัดด้วยไขควงวัดไฟที่เคส ถ้าไฟไขควงวัดไฟ ยังติดอยู่ ก็เปลี่ยน supply ใหม่