Re: คัมภีร์สยบแฮกเกอร์ #8
เมื่อเข้าสู่ระบบ
แฮคเกอร์ที่สามารถหลุดรอดเข้าสู่ระบบจะทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระบบให้มากที่สุด โดยเฉพาะในด้านของการรักษาความปลอดภัย เช่น วิธีการจัดการระบบของผู้ดูแลระบบ ชื่อของผู้ใช้ต่างๆ พร้อมสิทธิของผู้ใช้แต่ละคน วิธีการบันทึกความเคลื่อนไหวของระบบที่ถูกกำหนดไว้ เป็นต้น เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว แฮคเกอร์จะมีคำสั่งให้เลือกใช้เป็นร้อยเลยทีเดียวในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระบบ แต่แฮคเกอร์จะกระทำการของเขาไปอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะหากเขาเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้ใช้ชื่อและรหัสผ่านที่ถูกต้อง สิ่งที่แฮคเกอร์จะตรวจสอบเป็นอันดับแรกๆ คือ การรักษาความปลอดภัยในระดับมาตรฐาน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาว่า ระบบมีความแข็งแกร่งเพียงใด ยกตัวอย่างเช่น การใช้ shadow password หรือการจำกัดการทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายโดยการกำหนดในโปรแกรม networking daemon เป็นต้น แฮคเกอร์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้มาประเมินความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ และนำมาประกอบการพิจารณาว่าจะกระทำการอย่างไรกับระบบได้บ้าง
---การล้วงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ---
แฮคเกอร์จะติดตามข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ เช่น CERT (Computer Emergency Response Team) อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังตามข่าวจากช่องทางอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มข่าว เมลลิ่งลิสต์ การประกาศแก้ไขข้อบกพร่องในโปรแกรมโดยบริษัทเจ้าของโปรแกรม และตำรับตำราต่างๆ ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบเป็นเหมือนดาบสองคมที่แฮคเกอร์สามารถหยิบฉวยไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ทำให้โปรแกรมหรือวิธีการที่ผู้ดูแลระบบใช้ในการจัดการระบบอาจถูกแฮคเกอร์นำมาใช้เจาะระบบเสียเองก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม การเก็บงำความรู้ไว้ไม่ให้เป็นที่แพร่หลายกลับไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะถึงอย่างไร แฮคเกอร์ก็จะหาทางล้วงเอาข้อมูลมาได้อยู่แล้ว ด้วยเวลาและการพลิกแพลงที่แฮคเกอร์มีเหนือผู้ดูแลระบบโดยทั่วไป ซึ่งแค่การทำงานประจำวันก็กินเวลาและกำลังของผู้ดูแลระบบไปจนหมด ซึ่งหากผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายไม่ยอมเผยวิธีการรักษาความปลอดภัยระบบให้เป็นที่แพร่หลาย ผู้ดูแลระบบในองค์กรขนาดเล็กก็จะไม่มีทางได้รับรู้เทคนิควิธีการใหม่ๆ ไว้คอยรับมือกับแฮคเกอร์ได้เลย ทั้งที่ผู้ดูแลระบบเหล่านี้นั่นแหละที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
---การล้วงข้อมูลจากแฮคเกอร์ด้วยกัน---
แฮคเกอร์มักใช้เวลาไม่น้อยในการ"อ่านประกาศ" คือการอ่านข่าวสารข้อมูลที่ติดอยู่ในกระดานอิเลคทรอนิคซึ่งเหล่าแฮคเกอร์ใช้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน เพื่อมองหาเทคนิควิธีการใหม่ๆ ในการเจาะระบบ และเพื่อรับรู้"ข่าววงใน"เกี่ยวกับข้อบกพร่องและการแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในโปรแกรมต่างๆ ส่วนในเวิลด์ ไวด์ เว็บก็มีหลายต่อหลายเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับแฮคเกอร์ เว็บไซต์เหล่านี้มักไม่เป็นที่เปิดเผยกันในวงกว้าง ดังนั้น แฮคเกอร์อาจจะต้องออกแรงค้นหาเว็บไซท์ประเภทนี้กันบ้าง แต่ก็คุ้มค่าในการหา เพราะแฮคเกอร์จะได้พบกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่แฮคเกอร์นำมาแลกเปลี่ยนกันในเว็บไซต์
ผู้ดูแลระบบจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เทคนิคและวิธีการที่แฮคเกอร์ใช้ให้ได้มากที่สุด ในเมื่อแฮคเกอร์ยังสามารถรับรู้ข่าวสารข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยระบบแล้วนำไปพลิกแพลงใช้เจาะระบบได้เลย ผู้ดูแลระบบก็จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวในสังคมของแฮคเกอร์เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ป้องกันระบบได้เช่นเดียวกัน แต่คุณก็ควรระมัดระวังให้ดี เพราะบางบริษัทก็ไม่พอใจที่พนักงานของตนจะเข้าไปคลุกคลีมีความสัมพันธ์กับแฮคเกอร์ในทางใดทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ มีแฮคเกอร์บางกลุ่มที่เปิดเผยตัวเองมากขึ้น ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องบุกเข้าไปหาใน"แดนต้องห้าม"ของเหล่าแฮคเกอร์อีกต่อไป คุณสามารถหาอ่านนิตยสารเกี่ยวกับแฮคเกอร์ อย่างเช่น 2600 ซึ่งออกเป็นราย 3 เดือนหรืออ่านนิตยสารในอินเทอร์เน็ตอย่าง Phrack นอกจากนี้ยังมีซีดี-รอมที่รวบรวมเอาซอฟท์แวร์และข้อมูลที่เกี่ยวกับการเจาะระบบ และกลุ่มข่าวที่เป็นแหล่งพูดคุยเกี่ยวกับแฮคเกอร์โดยเฉพาะ ที่จะเป็นช่องทางให้คุณรู้จักแฮคเกอร์ให้มากขึ้น
Re: คัมภีร์สยบแฮกเกอร์ #8
ส่งท้าย
ข้อมูลคือสิ่งที่คุณหวงแหนที่สุด และการรักษาความปลอดภัยข้อมูลคือการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลจากทุกๆ ทาง ความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของข้อมูลในระบบ และสิ่งที่องค์กรต้องการคือความปลอดภัยของข้อมูลแบบครบวงจร ข้อมูลจะต้องได้รับการป้องกัน ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม ทุกคนในองค์กรจะต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนในการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ไล่จากผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ วิศวกร พนักงานในสำนักงาน ไปจนถึงพนักงานทั่วไป ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ดังกล่าวควรจะถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่ที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน และเป็นหน้าที่ขององค์กรในการสร้างความเข้าใจนี้ พนักงานทุกๆ คนควรได้รับการเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยของข้อมูลที่สำคัญเป็นระยะ จะต้องมีระบบการบันทึกและรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร การรักษาความปลอดภัยของตัวเครื่องและสถานที่ก็ต้องมีด้วย ระเบียบปฏิบัติต่างๆ จะต้องมีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัดในการทำงานของพนักงานทุกๆ ระดับ มิฉะนั้น การละเลยไม่ทำตามขั้นตอนของการรักษาความปลอดภัยข้อมูลโดยมีจุดประสงค์เพียงเพื่อความสะดวกสบายในการทำงานของผู้ดูแลระบบหรือพนักงานระดับใดก็ตาม ก็จะเป็นการเปิดช่องให้แฮคเกอร์เข้าสู่ระบบได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ทุกครั้งที่ทำการบุกรุกระบบ แฮคเกอร์จะมาอย่างเพียบพร้อมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือและความรอบรู้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ดูแลระบบที่จะตระเตรียมรับมือแฮคเกอร์ไว้ให้พร้อมเพรียง ไม่ว่าแฮคเกอร์จะมาไม้ไหนก็ตาม การเตรียมตัวควรมีพร้อมไว้อยู่เสมอก่อนที่จะตรวจพบว่าแฮคเกอร์ได้เจาะระบบเข้ามา หาไม่อาจเป็นการสายเกินไปก็เป็นได้
แต่การเตรียมตัวทางด้านเทคนิคอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ การรับมือกับแฮคเกอร์ยังจะต้องอาศัยการวางนโยบาย การกำหนดระเบียบปฏิบัติและขั้นตอน และการให้ความรู้ ผู้ใช้ทั่วไปจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในการปฏิบัติงานประจำวันของแต่ละคน นอกจากนี้ ยังต้องมีการกระตุ้นเป็นระยะเพื่อให้ความตระหนักนี้คงอยู่ต่อไปด้วย