สิทธิของลูกหนี้ ในการถูกติดตามหนี้อย่างเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย
การดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น คือ แนวทางที่จะทำให้ชีวิตเรียบง่ายและมีความสุข ผมว่าประชาชนคนไทยทุกคนคงอยากที่จะเดินตามรอยพระราชดำริ แต่หากมีคนใดที่พลัดหลงเข้ามาป็นหนี้ทั้งในส่วนที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ ตาม หากเรามีปัญญาที่จะหาเงินมาชำระนั้นก็ดีไป หากวันใดที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ มิตรที่ดีจะแปลเปลี่ยนเป็นศัตรู ประดุจหนึ่งว่ามีความอาฆาตแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน แต่ผมในฐานะที่ทำงานกับธนาคารและสถาบันการเงินมากว่า 10 ปี ทั้งในและต่างชาติ ผมยืนยันว่าหนี้ในระบบนั้นไม่ได้เลวร้ายเสมอไปครับ เพียงแต่ธนาคารและสถาบันการเงินที่เรียกว่า Non Bank นั้นมาเสียศูนย์ในระยะหลังเนื่องจาก แนวคิดที่มาจากตะวันตกคือ การใช้บริษัทนอก (Outsource) ในการติดตามหนี้ และบริษัท Outsource หรือ สำนักงานกฎหมายที่รับติดตามหนี้นั้นเกิดขึ้นมากมายช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และบริษัทเหล่านี้นอกจากจะได้รับค่าธรรมเนียมในการบริหารงานแล้ว ที่สำคัญคือการได้รับส่วนแบ่งจากยอมมูลหนี้ที่สามารถติดตามได้ ผนวกกับการที่ธนาคารและสถาบันการเงินมีการกำหนด KPI ที่เป็นตัวเลขในยอดการติดตามเป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายปี แน่นอนว่าที่ใดมีผลประโยชน์ที่นั่นย่อมมีกรรมวิธีต่าง ๆ ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดกฎหมาย อย่าไปพูดถึงจริยธรรมหรือธรรมาภิบาลเลยครับ ลองขนาดกฎหมายยังไม่ปฏิบัติตามแล้วจะปฏิบัติตามจริยธรรมซึ่งเป็นสิ่งมองไม่ เห็นหรือครับ กระบวนการติดตามหนี้โดยบริษัทตามหนี้นิสัยไม่ดี ไม่ว่าจะใช้วาจาหยาบคาย โทรทวงถามเพื่อกดดันกับครอบครัว คนใกล้ชิด เพื่อนร่วมงาน,การข่มขู่ต่าง ๆ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงการใช้จดหมายต่าง ๆ ปั๊มตราสีแดงอนุมัติฟ้อง ใช้ไปรษณียบัตรให้ลูกหนี้อับอาย การทำจดหมายให้คล้ายหมายศาล อ้างข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้ดูเป็นคดีอาญาที่เป็นโทษจำ ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้วการฟ้องร้องในส่วนของหนี้สินนั้นเป็นคดีแพ่ง คือ คดีที่ไม่ได้มีผลต่อความสงบสุขของประชาชน เป็นคดีความส่วนตัวระหว่างสถาบันการเงินกับลูกหนี้(หรือที่ก่อนที่จะไม่ สามารถชำระหนี้ได้ ธนาคารหรือสถาบันการเงินเรียกสวยหรูว่าลูกค้าคือพระเจ้า) ถามว่าธนาคารและสถาบันการเงินรับรู้หรือไม่ ผมคงต้องตอบว่ารับรู้แต่ปิดตาข้างหนึ่งเสียมากกว่า บ้านเราก็มักเป็น อย่างนี้เสมอ หากท่านใดไม่เป็นหนี้ก็คงเป็นลาภอันประเสริฐ แต่หากท่านใดที่เป็นหนี้ท่านควรรับรู้ถึงสิทธิ์ของท่านตามกฎหมายและรัฐ ธรรมนูญของประเทศ
1. สิทธิ์ที่จะได้รับการบอกกล่าวทวงถามด้วยภาษาที่สุภาพ
2. สิทธิ์ที่จะได้รับการเรียกค่าปรับ และค่าติดตามทวงถาม ตามสมควรแก่เหตุ
3. สิทธิ์ที่จะได้รับการปกปิดในเรื่องของหนี้ และมูลหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรเปิดเผยแก่บุคคลที่ 3 ที่ไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ด้วย
4. สิทธิ์ที่จะไม่ได้รับการติดตามหนี้วันละหลาย ๆ ครั้ง ไม่เป็นอันทำมาหารับทาน
5. สิทธิ์ที่จะได้รับการแสดงความบริสุทธิ์จากผู้ติดตามหนี้ ว่ามาจากที่ใด บริษัทหรือสถาบันใด
6. สทธิ์ที่จะได้รับจดหมายติดตามที่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีเจตนาการประจาน
7. สิทธิ์ที่จะสามารถร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายหากไม่ได้รับความ เป็นธรรมจากากรติดตามหนี้ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สคบ.,สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาทนายความ ฯลฯ
อย่าลืมนะครับทุกท่านมีสิทธิ และเสรีภาพเต็มที่ในประเทศของท่าน ดังที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง
บทความโดย : ณัฐ People Tribune
