-
เวปรวมบทความน่าอ่าน
เหรียญ 2 ด้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ
โดย สร อักษรสกุล aksornskul@hotmail.com มติชนรายวัน วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9831
เคยเขียนถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทยในมุมมองของเหรียญหลายด้านที่ผู้นำของไทยคนปัจจุบันนี้เป็น และได้กระทำในช่วงที่ขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศ
ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบสี่ปีผู้เขียนมองว่าผู้นำประเทศอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีทั้งด้านดีหรือด้านบวกหรือเปรียบเสมือนเหรียญด้านหัว และด้านไม่ค่อยดีหรือด้านลบเปรียบเสมือนเหรียญด้านก้อย
เหรียญด้านหัว
ผู้นำพรรคไทยรักไทยคนปัจจุบันเป็นผู้ที่มีแนวคิดดีๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอ และหลายความคิดนำมาปฏิบัติอย่างได้ผล
หัวหน้าพรรคไทยรักไทยเป็นคนคิดเร็วและตัดสินใจเร็ว ทำให้การทำงานรวดเร็วทันใจโดยไม่ต้องไปคำนึงถึงระเบียบ ขั้นตอนต่างๆ ของกฎ ระเบียบต่างๆ มากนัก เพราะระเบียบสามารถแก้ไขได้
พ.ต.ท.ทักษิณสามารถแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจได้ค่อนข้างดี ทำให้สามารถลดจำนวนคนว่างงานได้มาก ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยเงินกันมากขึ้น เงินสะพัดมากขึ้น
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนพูดไว้เมื่อครั้งหาเสียงก่อนการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2544 ว่า ตนเองมีทุกสิ่งทุกอย่างหมดแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีก อยากจะเข้ามาทำคุณทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แผ่นดินเกิด
การประกาศจะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการคอร์รัปชั่น โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บอกว่า เพียงสงสัยว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะจัดการทันทีโดยไม่ต้องมีใบเสร็จ
พ.ต.ท.ทักษิณเคยมีความคิดที่จะทำการเมืองแบบใสสะอาด ปราศจากน้ำเน่า(นักการเมืองน้ำเน่า สีดำ สีเทา) เพื่อสนองการปฏิรูปการเมืองไทย สนองเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ที่ต้องการให้การเมืองของไทยดีขึ้น
หัวหน้าพรรคไทยรักไทยเป็นคนที่ทำงานได้เร็ว และค่อยข้างถึงลูกถึงคน ไม่ชอบพิธีรีตอง รวมทั้งเป็นคนที่พูดในที่สาธารณะได้ค่อนข้างดี อาจเป็นเพราะเป็นคนหนึ่งที่อ่านหนังสือมากคนหนึ่ง ทำให้มีวิสัยทัศน์ค่อนข้างดี ทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่ชอบการทำงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ
เหรียญด้านก้อย
ความคิดบางอย่างอาจดีไม่จริง มีผู้ที่ทำมาแล้วแต่ไม่ได้ผล เมื่อการทักท้วงผู้นำพรรคไทยรักไทย มักจะถูกตอบโต้กลับในลักษณะว่า ไม่รู้จริงอย่าสะเออะ
นอกจากการที่คิดเร็ว ทำเร็วแล้ว ผู้นำพรรคไทยรักไทยก็ปากเร็วด้วย ทำให้เกิดการพลั้งปากในทางไม่ดีบ่อยๆ ซึ่งเป็นผลเสียอย่างมากต่อความเป็นผู้นำของประเทศ เพราะบางครั้งก็พลั้งปากพูดไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้า
ถึงแม้เศรษฐกิจในภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่ประชาชนกลับมีหนี้สินมากขึ้น โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันเฉลี่ยแล้วสูงกว่าครัวเรือนละ 100,000 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากและยังมีแนวโน้นจะสูงขึ้นอีก เพราะรัฐบาลไม่รณรงค์ให้ประชาชนประหยัด
นอกจากนั้น ปัญหาทางด้านสังคมและศีลธรรมกลับเสื่อมโทรมลงทุกวันโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เนื่องจากรัฐบาลนี้สนใจแต่ตัวเลข GDP นอกจากนั้น ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลนี้ยังไม่ค่อยให้ความสนใจอย่างจริงจังนัก ซึ่งอีก 4 ปีข้างหน้ายังเป็นเช่นนี้ สภาวะด้านสิ่งแวดล้อมในบ้านเราจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะภาวะน้ำท่วมในฤดูฝน และความแห้งแล้งในฤดูแล้ง
ระยะเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้จำนวนหุ้นในตลาดหุ้นเมืองไทยตกไปอยู่ในความครอบของคนในตระกูลชินวัตร ตระกูลดามาพงศ์ (นามสกุลเดิมของภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ) และอีกหลายตระกูลที่รายล้อม พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ รวมทั้งนักการเมืองอีกหลายคนในรัฐบาลนี้ต่างร่ำรวยจากหุ้น จากกิจการต่างๆ มากมาย ล่าสุดคือจำนวนหุ้นที่สูงเป็นอันดับหนึ่ง คือ หุ้นของลูกสาวนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี มูลค่ากว่าสามหมื่นล้านบาท(ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเจ้าตัวเล่นหุ้นเป็นหรือไม่) สูงเป็นอันดับสอง คือ หุ้นของตระกูลมาลีนนท์(คนในรัฐบาลชุดปัจจุบัน) มูลค่ากว่าสองหมื่นล้าน และที่สูงเป็นอันดับสาม คือ ตระกูลดามาพงศ์กว่าหมื่นล้านบาท ไม่รู้ว่าอีก 4 ปีข้างหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนนี้จะบริหารประเทศต่อไปหากพรรคไทยรักไทยได้รับเลือกเข้ามามากเกินครึ่งของที่นั่งในสภา ปริมาณหุ้นในตลาดหุ้นเมืองไทยทั้งหมดอาจอยู่ในความครอบครองของคนไม่กี่ตระกูลที่ร่วมบริหารประเทศชาติอยู่ในเวลานี้หรือไม่ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังยากจน
ปัญหาการละเมิดสิทธิ นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในรัฐบาลชุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่ผู้ที่เสียชีวิตเพราะการปราบปรามยาบ้า ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ญาติของผู้เสียชีวิตบางรายยังไม่ได้รับความกระจ่างในการเสียชีวิตของคนเหล่านั้น บางคนที่ญาติมีความเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับยาบ้า รวมทั้งทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เช่นเดียวกับการหายไปของผู้นำกรรมกร ทนง โพธิอ่าน เมื่อครั้งเผด็จการ รสช.ครองเมือง แต่ตำรวจที่ถูกสงสัยว่ามีส่วนอุ้มทนายสมชาย กลับได้รับการประกันตัวหมดแล้ว
ตลอดเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศมา ยังไม่สามารถดำเนินการเอาผิดกับนักการเมืองและข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชั่นเลย โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ที่ชาวบ้านโดยเฉพาะชาวบ้านที่คล่องด่านต่างรู้ดีว่านักการเมืองบางคน(ร่วมอยู่ในรัฐบาลปัจจุบัน) และข้าราชการคนใดบ้างที่สมควรถูกลงโทษเพราะร่วมกันทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ดำเนินการอย่างจริงจัง นอกจากนั้น รัฐบาลชุดนี้ได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่ "คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย" อีกด้วย
เอาเข้าจริง พ.ต.ท.ทักษิณก็ยอมรับนักการเมืองประเภทน้ำเสีย น้ำเน่า เข้ามาร่วมพรรคการเมืองของตน รวมทั้งมีข่าวคราวว่ายอมทุ่มเงินเพื่อให้ได้นักการเมืองบางคนที่มีคะแนนเสียงดีเข้ามาร่วม โดยไม่คำนึงความเป็นนักการเมือง น้ำดี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ผู้นำของประเทศคนใหม่ หากไม่ทิ้งนิสัยนี้เสียอาจทำให้ความสง่างามของผู้นำประเทศคนนี้ลดลง ทำอย่างไรเราจะได้ผู้นำที่มีคุณลักษณะทางด้านหัวเท่านั้น ด้านก้อยไม่อยากได้
นายกฯทักษิณ ทำได้ไหม
ถ้าทำได้จะได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดของเมืองไทยเท่าที่เราเคยมีมาเลยทีเดียว
ผู้นำที่ดีจะต้องไม่ลืมตัว ไม่หลงอำนาจ ไม่เชื่อคนข้างเคียงคนใกล้ชิดมากนัก ที่สำคัญต้องรู้จักฟังเสียงคนทักท้วง เสียงคนขัดค้านไม่เห็นด้วยบ้าง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นผู้นำที่เป็นเผด็จการโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตย และยังเป็นอันตรายต่อตนเองและครอบครัวด้วย ดังที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทยเอง
ที่มา http://www.nidambe11.net/index.html